วันเสาร์, ตุลาคม 1, 2022
หน้าแรกNewsInternationalข้อพิพาทชายแดนอินเดีย - จีน: หลายปีแห่งความขัดแย้ง

ข้อพิพาทชายแดนอินเดีย – จีน: หลายปีแห่งความขัดแย้ง

“การปะทะที่อันตรายที่สุดในรอบหลายทศวรรษระหว่าง 2 มหาอำนาจพลังนิวเคลียร์แห่งเอเชีย”

ทหารจากกองกำลังรักษาความปลอดภัยชายแดนอินเดียในวันพุธที่เฝ้าทางหลวงมุ่งไปสู่Lehใกล้กับชายแดนจี

ประเด็นสำคัญที่จีนและอินเดียประนีประนอมกันในปี 2018 ผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายที่เห็นได้ชัด

  1. ฝั่งอินเดียมองจีนว่าจีนมีเศรษฐกิจและงบประมาณกลาโหมมากกว่าตนหลายเท่าแม้ตนจะมีประสิทธิภาพทางการทหารตามแนวเขตแดนแคชเมียร์มากกว่าก็ตามถึงกระนั้นก็ต้องใช้เวลาเสริมกำลังทางชายแดน
  2. ฝั่งจีนมองว่าหากทำอะไรที่รุนแรงต่ออินเดียเกินไปจะยิ่งทำให้สหรัฐใช้ข้อขัดแย้งนี้ดึงอินเดียและพันธมิตรในเอเชียที่มีข้อพิพาทกับจีนไปอยู่ฝ่ายสหรัฐเพื่อลดอำนาจอิทธิพลของจีนลงและใช้เป็นแรงกดดันจีนในเรื่องเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์)

การเผชิญหน้ากันอย่างดุเดือดที่สุดในรอบหลายทศวรรษระหว่างกองทัพจีนและอินเดียตามแนวพรมแดนณ เทือกเขาหิมาลัย  ทหารอินเดียบางคนเสียชีวิตหลังจากการร่วงลงสู่แม่น้ำในหุบเขา ซึ่งในวันถัดไปทหารอินเดีย 20 นายเสียชีวิต (ทหารของทั้งสองประเทศไม่ได้รับอนุญาตให้พกปืนในพื้นที่) ดังนั้นการปะทะกันในคืนวันจันถือเป็นความขัดแย้งและความตึงเครียดขั้นสุดในดินแดนข้อพิพาทมาหลายปี

1914 ข้อตกลงชายแดนที่จีนไม่เคยยอมรับ

ความขัดแย้งนี้เกิดในปี 1914 เมื่อผู้แทนจากอังกฤษ สาธารณรัฐจีนและทิเบตรวมตัวกันที่เมือง ศิมาลาซึ่งตอนนี้อินเดียกำลังเจรจาเจรจาสนธิสัญญาที่จะกำหนดสถานะของทิเบตและกำหนดเขตแดนระหว่างจีนกับอินเดีย

อินเดียยืนยันว่าแนว McMahon ซึ่งเป็นพรมแดนยาว 550 ไมล์ซึ่งทอดยาวผ่านเทือกเขาหิมาลัยเป็นเขตแดนทางกฎหมายอย่างเป็นทางการระหว่างจีนและอินเดีย แต่กระนั้นจีนไม่เคยยอมรับ

11 กรกฎาคม 1914 อังกฤษ เตือนจีนว่าถ้าไม่ลงนามในข้อตกลงชายแดนกับทิเบตอาจจะเกิดความวุ่นวายได้

1962 อินเดียและจีนเดินหน้าสู่สงคราม

ในปี 1947 อินเดียประกาศเอกราชจากอังกฤษ สองปีต่อมา Mao Zedong ผู้ปฏิวัติจีนประกาศยุติการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ในประเทศของตนและก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน

ในปัจจุบันทั้งสองประเทศมีประชากรมากที่สุดในโลก ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นตลอดปี 1950 จีนยืนยันว่าทิเบตไม่เคยเป็นดินแดนอิสระและไม่ลงนามในสนธิสัญญาที่สร้างเขตชายแดนระหว่างประเทศ การเจรจาล้มเหลวหลายครั้งในปี1950

ณ ขณะนั้น จีนพยายามควบคุมถนนสายสำคัญใกล้กับชายแดนตะวันตกในเขตปกครองตนเองซินเจียงในขณะที่อินเดียและพันธมิตรตะวันตกเห็นชอบในการโจมตีจีนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่กว้างขึ้นในการส่งออกลัทธิคอมมิวนิสต์ลัทธิเหมาทั่วภูมิภาคของจีนในขณะนั้น

ในปี 1962 สงครามปะทุขึ้นอย่างหนัก ทหารจีนได้ข้ามแนว McMahon Line และเข้าประจำการแนวลึกในดินแดนอินเดียโดยจีนเข้ามาศึกษาถ่ายภาพภูเขาและเมืองต่างๆของอินเดีย สงครามกินเวลาหนึ่งเดือน แต่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตชาวอินเดียมากกว่า 1,000 คนและชาวอินเดียกว่า 3,000 คนถูกจับเข้าคุก ทหารจีนเสียชีวิตน้อยกว่า 800 ราย

ภายในเดือนพฤศจิกายน นายกรัฐมนตรีโจวเอินไหลของจีนประกาศหยุดยิงอย่างไม่เป็นทางการกับชายแดนใกล้กับกองทหารจีน

1697 อินเดียตีโต้ให้จีนถอย

ทหารจีนปกป้องชายแดนผ่านภูเขานาธาลาที่เชื่อมต่ออินเดียกับเขตปกครองตนเองทิเบตของจีนในปี 2510

ความตึงเครียดเริ่มขึ้นอีกครั้งในปีพ. ศ. 2510 บนเส้นทางผ่านภูเขาสองสายคือ Nathu La และ Cho La ที่เชื่อมต่อสิกขิม(Sikkim) ซึ่งเป็นอาณาจักรในความคุ้มครองของอินเดียและเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน

การปะทะกันเกิดขึ้นเมื่อทหารอินเดียเริ่มวางลวดหนามตามชายแดน และเพิ่มทหารตามชายแดนมากขึ้นหน่วยทหารจีนเริ่มยิงกระสุนปืนใหญ่ไปยังฝั่งอินเดีย ในความขัดแย้งที่ผ่านมาชาวอินเดียมากกว่า 150 คนและชาวจีน 340 คนถูกสังหาร

อินเดียได้รับชัยชนะจากการทำลายป้อมปราการจีนใน Nathu La และดันทหารจีนกลับไปยังดินแดนของพวกเขาใกล้ Cho Cho La

12 กันยายน 1967 ทหารจีนในทิเบตเปิดฉากยิงปืนใหญ่ผ่านทางเทือกเขาหิมาลัย

1987 การปะทะทางจิตวิทยา

จีนส่งเครื่องบินเจ็ทไปยัง เขตปกครองตนเองทิเบตเมื่อเดือนมิถุนายน 2530

2017 ภูฏานกึ่งกลางระหว่างความขัดแย้ง

ฐานทัพอินเดียในปี 2560 ในฮา, ภูฏาน, ใกล้กับชายแดนที่มีข้อพิพาทกับจีน

ในเดือนมิถุนายน 2017 จีนเริ่มทำการสร้างถนนใน Doklam Plateau ซึ่งเป็นพื้นที่ของเทือกเขาหิมาลัยไม่ได้ควบคุมโดยอินเดีย แต่เป็นของพันธมิตรภูฏาน

โดยที่ราบสูงตั้งอยู่ที่ชายแดนภูฏานและจีน แต่อินเดียมองว่าเป็นเขตกันชนที่อยู่ใกล้กับพื้นที่พิพาทอื่น ๆ กับจีน

ทหารอินเดียเผชิญหน้ากับทหารจีนที่กำลังทำสร้างถนน ความขัดแย้งเกิดขึ้นทหารขว้างก้อนหินใส่กันและทหารจากทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บ

28 สิงหาคม 2017 จีนและอินเดียตกลงที่จะคืนพื้นที่ Doklam Plateau เพื่อยุติความขัดแย้ง

2020 การทะเราะวิวาทใกล้พรมแดนอีกครั้ง

ทหารอินเดียแบกศพของเพื่อนที่ถูกฆ่าตายในการปะทะใกล้ชายแดนกับกองทหารจีนไปยังศูนย์ชันสูตรที่โรงพยาบาล Sonam Norboo Memorial ในเลห์เมื่อวันพุธ

ผู้เชี่ยวชาญของอินเดียกล่าวว่าจีนหนุนกองกำลังด้วยรถเทรลเลอร์กองกำลังทหารปืนใหญ่และยานเกราะ

ในเหตุปะทะเมื่อคืนวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณหุบเขากัลวานในแคว้นลาดักห์ ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างจีนกับอินเดีย  จีนกล่าวหาว่าทหารอินเดียข้ามพรมแดนเข้ามาในเขตจีนถึง 2 ครั้ง พร้อมกระทำการยั่วยุและทำร้ายกำลังพลของจีนแต่ทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าไม่มีการใช้อาวุธปืนในการต่อสู้ ขณะที่เจ้าหน้าที่อินเดียให้ข้อมูลว่าต่อสู้ด้วยมือเปล่า เหล็กเส้น และหิน (ทหารของทั้งสองประเทศไม่ได้รับอนุญาตให้พกปืนในพื้นที่) ตามข้อกำหนดในปี 1914

มีรายงานว่าฝั่งจีนมีทหารได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ยังไม่มีการยืนยันข้อมูลอย่างเป็นทางการ

ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอบน Twitter บอกว่าตนจะวางตนเป็นกลางเรื่อง“ ข้อพิพาทเรื่องชายแดน”

วันนี้คงพักไว้แค่นี้ก่อน ผู้เขียนจะอัพเดทเจาะลึกบทความ ข้อพิพาทอินเดีย-จีนในตอนถัดไป

RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular